อัตราการสูบบุหรี่
- อัตราการสูบบุหรี่ประจำของคนไทยที่สูบ อายุ ๑๕ ปี ขึ้นไป มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ ๓๐.๔๖ หรือ ๑๑.๖๗ ล้านคน ในปี พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นร้อยละ ๑๘.๙๔ หรือ ๙.๕๔ ล้านคนในปีพ.ศ.๒๕๔๙ และในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ลดลงเหลือร้อยละ ๑๘.๕๔ หรือ ๙.๔๙ ล้านคน ๑๕ ซึ่งจากการประมาณการทางวิชาการโดยใช้ SIMSMOKE Model ๑๖ระบุว่าในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ถ้าไม่มีมาตรการควบคุมยาสูบใดๆ จะมีผู้สูบบุหรี่อยู่ถึง ๑๑.๗ ล้านคน กล่าวได้ว่า ผลของมาตรการควบคุมยาสูบของประเทศไทยใน ๑๖ ปีที่ผ่านมาได้ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ในประเทศลงถึง ๒.๒ ล้านคน และประมาณว่าผู้เสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๔–๒๕๕๐ ลดลงรวม๓๖,๘๐๐ คน
- อัตราการสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นไปในทุกเพศ และกลุ่มประชากร โดยระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๔–๒๕๕๐ ประชากรชายมีอัตราการสูบบุหรี่สูงกว่าประชากรหญิงประมาณ ๑๐เท่าในทุกรอบของการสำรวจดังในปี พ.ศ.๒๕๓๔ อัตราการสูบบุหรี่ของเพศหญิงเท่ากับร้อยละ๔.๖๐ ในขณะที่เพศชายร้อยละ ๕๕.๖๓ และในปี พ.ศ.๒๕๔๙ เพศหญิงเท่ากับร้อยละ ๒.๐๐ และเพศชายเท่ากับร้อยละ ๓๖.๙๑ สำหรับปี พ.ศ.๒๕๕๐ เพศหญิงลดลงเหลือร้อยละ ๑.๕๙ และเพศชายลดลงเหลือร้อยละ ๓๖.๕๕
- ช่วงอายุที่มีอัตราการสูบบุหรี่สูงที่สุด คือ ประชากรอายุ ๔๑–๕๙ ปี รองลงมาคือ ๒๕–๔๐ ปี อัตราการสูบบุหรี่ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๔–๒๕๕๐ ในทุกกลุ่มอายุมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลง ยกเว้นในปีพ.ศ.๒๕๕๐ ที่กลุ่มเยาวชนอายุ ๑๕–๒๔ ปี เป็นกลุ่มที่มีอัตราการสูบบุหรี่สูงขึ้นจากปี ๒๕๔๙เล็กน้อย ซึ่งกลุ่มนักสูบหน้าใหม่นี้นับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ภาคใต้มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุดและมีอัตราการลดการสูบในระหว่าง ๒๕๓๔–๒๕๕๐ ต่ำที่สุด โดยรวม ประชากรกลุ่มเศรษฐานะสูงจะมีอัตราการสูบต่ำกว่า และมีอัตราการลดการสูบสูงกว่ากลุ่มเศรษฐานะต่ำกว่า
- ปริมาณบุหรี่ที่สูบต่อวันมีแนวโน้มลดลง จาก ๑๑.๘๕ มวนต่อวันต่อคนในปี พ.ศ.๒๕๓๔ ลดลงเหลือ ๑๐.๒๗ มวนต่อวันต่อคนในปี พ.ศ.๒๕๕๐ หรือลดลงร้อยละ ๑๓.๔ ในปีงบประมาณ๒๕๕๑ กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษียาสูบได้เป็นมูลค่า ๔๑,๘๓๒.๐๙ ล้านบาท ซึ่งเก็บได้เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๒๕๕๐ (มูลค่า ๔๑,๘๒๓ ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ ๐.๐๒ โดยบุหรี่ซิกาแรตที่จำหน่ายในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ รวม ๑,๘๔๑ ล้านซอง ลดลงจากยอดจำหน่ายบุหรี่ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ จำนวน ๒๑๓ ล้านซอง ๑๗
- นโยบายการควบคุมยาสูบสากลประกอบด้วย การป้องกันผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่ การให้บริการเลิกสูบบุหรี่ การคุ้มครองผู้ไม่สูบบุหรี่จากควันบุหรี่มือสอง และการลดพิษภัยของผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่ผลักดันโดยมาตรการด้านต่างๆ ที่ประเทศไทยได้ดำเนินการได้อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก การควบคุมยาสูบในปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมร่างประกาศเพิ่มรูปภาพคำเตือนบนซองบุหรี่จาก ๙ ภาพ เป็น ๑๐ ภาพ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์เลิกบุหรี่ ๑๖๐๐ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๑๑ FCTC กระทรวงการคลังได้ประกาศขยายเพดานภาษียาสูบจากร้อยละ ๘๐ เป็นร้อยละ ๙๐การประชุมสมัยที่สามของประเทศผู้ลงนามในกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (conference of parties III) ได้มีความก้าวหน้าในการกำหนดแนวทางและกติการะดับนานาชาติในหลายด้าน โดยเฉพาะเกี่ยวกับภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ การห้ามโฆษณาและส่งเสริมการขายสินค้ายาสูบ การค้าบุหรี่เถื่อน และการป้องกันไม่ให้อุตสาหกรรมยาสูบแทรงแซงนโยบายของรัฐ แต่การผลักดันมาตราต่างๆในกรอบอนุสัญญาฯ ยังต้องเผชิญกับการลดทอนน้ำหนักจากบางประเทศที่ยังสนับสนุนอุตสาหกรรมยาสูบอยู่
- การควบคุมยาสูบในช่วงปี พ.ศ.๒๕๔๙–๒๕๕๐ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขยายเขตปลอดบุหรี่ให้มากขึ้น เช่น ในตลาด สถานีขนส่ง สถานบันเทิง ผับ บาร์ เป็นต้น รูปภาพคำเตือนบนซองบุหรี่เพิ่มเติมจาก ๖ ภาพ เป็น ๙ ภาพ อย่างไรก็ตามประเด็นปัญหาซึ่งเป็นประเด็นที่ตระหนักอย่างมากของประเทศภาคีสมาชิก ในการประชุมสมัยที่ ๓ ของประเทศผู้ลงนามในกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (conference of parties III) ได้ให้ความสำคัญในการกำหนดแนวทางและกติการะดับนานาชาติในหลายด้าน โดยเฉพาะการโฆษณาข้ามพรมแดน การค้าบุหรี่เถื่อน การแทรกแซงโดยอุตสาหกรรมยาสูบ และการโฆษณาแฝงหรือการสร้างภาพลักษณ์องค์กรในรูปแบบความรับผิดชอบต่อสังคม
- องค์การอนามัยโลกได้ประเมินการควบคุมยาสูบของประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑และชี้ว่า การควบคุมยาสูบของประเทศไทยมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนความสำเร็จที่เด่นชัด ได้แก่การพิมพ์ภาพและคำเตือนบนซองยาสูบ การห้ามโฆษณาและการมีกฎหมายที่ครอบคลุม อันเกิดจากบทบาทอันเข้มแข็งขององค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วน แต่เสนอแนะว่า ควรพัฒนาเพิ่มขึ้นในอีกหลายด้าน อาทิ การเสริมศักยภาพหน่วยงานที่รับผิดชอบภาครัฐ และการบังคับใช้กฎหมาย ขยายเครือข่ายในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น การขยายบริการเลิกบุหรี่ และการจัดเก็บภาษีจากฐานราคาขายปลีก เป็นต้น จึงยังมีหลายมาตรการสนับสนุนนโยบายอีกหลายประการที่ควรพัฒนาต่อเนื่อง การประสานภาคส่วนนโยบาย ความรู้และประชาสังคมที่ดำเนินการมายังคงต้องสานภารกิจข้างต้นต่อเนื่องไปเพื่อรักษาทิศทางการลดอัตราการบริโภคยาสูบต่อไป