
วัตถุประสงค์
- สนับสนุนเป้าหมายการลดแนวโน้มการเกิดและการสูญเสียจากอุบัติภัยจราจรของประชาชนไทย
- การพัฒนาโครงสร้างการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
- พัฒนาสมรรถนะบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการป้องกันอุบัติภัยทางถนนให้เข้มแข็ง
- ประสานและส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายลดอุบัติภัยทางถนน
- รณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อลดปัญหาอุบัติภัยทางถนน
- สนับสนุนการวิจัยและการจัดการความรู้ด้านอุบัติเหตุที่จำเป็น
- สนับสนุนการป้องกันและจัดการภัยพิบัติที่สำคัญ
ยุทธศาสตร์การดำเนินงานตามแผนที่ ๓

เป้าหมายและตัวชี้วัด
ความปลอดภัยทางถนน
- การสูญเสียจากอุบัติภัยจราจรของประชาชนไทยลดลงอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2554 - 2563
- เกิดนโยบายสาธารณะใหม่ที่ส่งผลต่อการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนน อาทิ มาตรการภาษีเพื่อเปลี่ยนการใช้พาหนะที่ปลอดภัยขึ้นและเพื่อจัดตั้งกองทุนสนับสนุนความปลอดภัยทางถนน นโยบายลดพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ขับเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย ดื่มแล้วขับ ระบบขนส่งสาธารณะ
- บุคลากรและองค์กรด้านป้องกันสาธารณภัยทั้งในส่วนกลาง ในภาคส่วนต่างๆ มีสมรรถนะในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์หลัก อย่างน้อย 500 คนต่อปี และมีแกนนำด้านความปลอดภัยในระดับต่างๆ อย่างน้อย 3 คนต่อจังหวัดทำหน้าที่กระตุ้น จัดการความรู้ และเชี่อมโยงการทำงาน
- เกิดกระแสสังคมและความตื่นตัวของประชาชนในด้านความปลอดภัยจากอุบัติภัยจราจรอย่างน้อย 2 ประเด็นต่อปี
- เกิดการขยายภาคีเชิงยุทธศาสตร์ในเครือข่ายการรณรงค์ของภาคส่วนต่างๆ ทั้งในส่วนประชาสังคมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยบูรณาการร่วมกับเครือข่ายควบคุมแอลกอฮอล์ เกิดประชาสังคมจังหวัดต้นแบบที่เข้มแข็งอย่างน้อย 10 จังหวัด
- เกิดการพัฒนาโครงสร้างการทำงานและการบูรณาการการป้องกันและลดอุบัติภัยทางถนนในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิผล ครอบคลุมทุกจังหวัดที่มีความสนใจ อย่างน้อยจำนวน 75 จังหวัด และในจำนวนนี้ มีจังหวัดที่มีการพัฒนายกระดับการสร้างนวัตกรรมของกิจกรรมสามารถดำเนินงานตามเป้าหมายท้าทายที่กำหนดไว้อย่างน้อย 40 จังหวัด
- เกิดการพัฒนาระบบข้อมูลสถานการณ์อุบัติเหตุจราจรให้ถูกต้อง ทันเหตุการณ์ผ่านการทบทวนและสังเคราะห์องค์ความรู้ และเกิดระบบฐานข้อมูลสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนนรายจังหวัด ที่มีความน่าเชื่อถือสามารถเผยแพร่สู่สาธารณะได้ และมีรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนเป็นประจำทุกปี
- เกิดองค์ความรู้และการจัดการความรู้ด้านอุบัติภัยด้านต่างๆ ที่จำเป็น อย่างน้อย 10 ชุดต่อปี และมีการประชุมวิชาการระดับชาติอย่างต่อเนื่องทุกสองปี
- เกิดกลุ่มแกนและเครือข่ายวิชาการที่มีศักยภาพในการสร้างและสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในประเด็นสำคัญ อย่างน้อย 5 กลุ่ม
การจัดการภัยพิบัติ
- เกิดกลไกการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงขึ้น
- เกิดเครือข่ายอาสาสมัครในการฟื้นฟู ป้องกัน และเตือนภัยในภาวะวิกฤต โดยมีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการรับมือภัยพิบัติ
- เกิดความร่วมมือประสานงานด้านข้อมูลข่าวสารภัยพิบัติระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชนและเครือข่ายสื่อมวลชน
- เกิดความรู้และความตระหนักเรื่องการเฝ้าระวังภัยการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติรูปแบบต่างๆ
- เกิดรูปธรรมการฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชนหลังประสบภัยโดยชุมชนและเครือข่ายเป็นแกนหลักและเกิดบทเรียนภาคปฏิบัติระดับชุมชนสำหรับการประยุกต์ใช้ในการรับมือภัยพิบัติครั้งต่อไป สามารถนำไปเผยแพร่ให้ชุมชนอื่นปฏิบัติต่อไปได้อย่างน้อยภาคละ 2 ชุมชนต่อปี รวมทั้งเกิดคู่มือชุมชนปลอดภัย 3 เรื่องต่อปี
- เกิดกลไกและแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในการจัดการภัยพิบัติร่วมกันในชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองและไปช่วยชุมชนอื่นๆ ได้
- เกิดแผนด้านความปลอดภัยและแผนงบประมาณในชุมชน รวมทั้งมีตัวชี้วัดความปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับชุมชน ที่ดำเนินการโดยชุมชนเอง 3 รูปแบบ