
วัตถุประสงค์
- ลดอัตราการสูบบุหรี่ของประชาชนไทย
- พัฒนาให้เกิดมาตรการและสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการสูบบุหรี่ของประชาชนไทย
- พัฒนาเป้าหมาย กลไกและการประสานงานของภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
- สนับสนุนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่มีอยู่
- การพัฒนาฐานข้อมูล องค์ความรู้และการจัดการความรู้ที่จำเป็น
- พัฒนาการรับรู้และตระหนักในสังคมและในประชาชนกลุ่มต่างๆ
- พัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมจากประชาชนและองค์กรต่างๆ
- พัฒนารูปแบบและบริการเลิกบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพ
ภาพแสดงยุทธศาสตร์การดำเนินการตามแผนที่ 1

เป้าหมายและตัวชี้วัด
- อัตราการสูบบุหรี่ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปและประชากรชายโดยรวม ในปี2557 ลดลงร้อยละ 10 จากปี 2552 และอัตราการสูบบุหรี่ของประชากรหญิงไม่เพิ่มขึ้น (ข้อมูลปี 2552 อัตราการสูบบุหรี่คิดเป็นร้อยละ 20.70 และอัตราการสูบบุหรี่ของผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 2.01) โดยอัตราสูบบุหรี่ในกลุ่มเศรษฐานะต่ำมีแนวโน้มไม่ต่างจากค่าเฉลี่ยของประเทศมากขึ้น
- ปริมาณการบริโภคยาสูบต่อหัวประชากรต่อปี ในปี 2557 ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 จากปี 2552 (ปี 2557 ลดลงเป็น 624 มวนต่อคนต่อปี จาก 780 มวนต่อคนต่อปี ในปี 2552)
- อัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองของประชาชนในปี 2557 ลดลงร้อยละ 50 จากปี 2552 (ปี 2552 ประชากรร้อยละ 39.1 ได้รับควันบุหรี่ในบ้าน)
หมายเหตุ : ข้อ 1 - 3 อ้างอิงตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ พ.ศ. 2553 - 2557
- เกิดมาตรการและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อแนวโน้มต่อการลดลงของอัตราการสูบบุหรี่ในประชากรไทย
- มีการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ โดยมีการพัฒนาเป้าหมายร่วมในระดับผลลัพธ์ด้านพฤติกรรมการบริโภคยาสูบในระยะยาวต่อเนื่อง
- เกิดรูปแบบการบังคับใช้กฎหมายเข้มแข็งขึ้น โดยการมีส่วนร่วมจากประชาชน โดยเฉพาะการไม่สูบบุหรี่ในเขตที่มีประกาศปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย โดยมีการให้ข้อมูลทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยตรงไม่น้อยกว่าปีละ 2,500 ราย และรับร้องเรียนการละเมิดและดำเนินการไม่น้อยกว่าปีละ 400 ราย
- เกิดต้นแบบการทำงานควบคุมยาสูบในระดับจังหวัดและการขยายผลอย่างน้อย 25 จังหวัด
- เกิดองค์ความรู้จากการวิจัยที่จำเป็นสำหรับการควบคุมยาสูบของประเทศไทย จำนวนไม่น้อยกว่าปีละ 10 เรื่อง
- มีเวทีวิชาการระดับชาติ และรายงานวิชาการประจำปีทุกปี
- เกิดการรับรู้และตระหนักถึงประเด็นการไม่สูบบุหรี่มากขึ้นในประชาชนไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของกลุ่มเป้าหมาย ปีละอย่างน้อย 2 ประเด็นสำคัญ
- เกิดการพัฒนามาตรฐานบริการเลิกบุหรี่ในระดับบริการต่างๆ และมีการขยายตัวของบริการเลิกบุหรี่ของประเทศ สายด่วนเลิกบุหรี่แห่งชาติ (National Quitline) สามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั้งเชิงรับและเชิงรุก และทางอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15,000 ครั้งต่อเดือน มีจำนวนผู้ติดบุหรี่ที่มาใช้บริการรับคำปรึกษาและป้องกันการสูบซ้ำโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4,000 รายต่อเดือน และมีจำนวนผู้เลิกบุหรี่ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ
- เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพมีการพัฒนาและขยายเครือข่ายหน่วยการให้บริการแก่ประชาชนที่มารับบริการและที่รับการส่งต่อมาจากหน่วยบริการอื่น ไม่น้อยกว่า 1,000 แห่ง โดยมีผู้มาใช้บริการไม่น้อยกว่า 3,500 ราย และมีเนื้อหาการควบคุมบริโภคยาสูบบรรจุลงในหลักสูตรวิชาชีพสุขภาพหลัก อาทิ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล สาธารณสุขไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของสถาบันการศึกษา