แผนที่ 1 แผนควบคุมยาสูบ

Tobacco Consumption Control

วัตถุประสงค์

  1. ลดอัตราการสูบบุหรี่ของประชาชนไทย
  2. พัฒนาให้เกิดมาตรการและสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการสูบบุหรี่ของประชาชนไทย
  3. พัฒนาเป้าหมาย กลไกและการประสานงานของภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
  4. สนับสนุนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่มีอยู่
  5. การพัฒนาฐานข้อมูล องค์ความรู้และการจัดการความรู้ที่จำเป็น
  6. พัฒนาการรับรู้และตระหนักในสังคมและในประชาชนกลุ่มต่างๆ
  7. พัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมจากประชาชนและองค์กรต่างๆ
  8. พัฒนารูปแบบและบริการเลิกบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพ

ภาพแสดงยุทธศาสตร์การดำเนินการตามแผนที่ 1

เป้าหมายและตัวชี้วัด

  1. อัตราการสูบบุหรี่ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปและประชากรชายโดยรวม ในปี2557 ลดลงร้อยละ 10 จากปี 2552 และอัตราการสูบบุหรี่ของประชากรหญิงไม่เพิ่มขึ้น (ข้อมูลปี 2552 อัตราการสูบบุหรี่คิดเป็นร้อยละ 20.70 และอัตราการสูบบุหรี่ของผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 2.01) โดยอัตราสูบบุหรี่ในกลุ่มเศรษฐานะต่ำมีแนวโน้มไม่ต่างจากค่าเฉลี่ยของประเทศมากขึ้น
  2. ปริมาณการบริโภคยาสูบต่อหัวประชากรต่อปี ในปี 2557 ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 จากปี 2552 (ปี 2557 ลดลงเป็น 624 มวนต่อคนต่อปี จาก 780 มวนต่อคนต่อปี ในปี 2552)
  3. อัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองของประชาชนในปี 2557 ลดลงร้อยละ 50 จากปี 2552 (ปี 2552 ประชากรร้อยละ 39.1 ได้รับควันบุหรี่ในบ้าน)

หมายเหตุ : ข้อ 1 - 3 อ้างอิงตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ พ.ศ. 2553 - 2557

  1. เกิดมาตรการและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อแนวโน้มต่อการลดลงของอัตราการสูบบุหรี่ในประชากรไทย
  2. มีการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ โดยมีการพัฒนาเป้าหมายร่วมในระดับผลลัพธ์ด้านพฤติกรรมการบริโภคยาสูบในระยะยาวต่อเนื่อง
  3. เกิดรูปแบบการบังคับใช้กฎหมายเข้มแข็งขึ้น โดยการมีส่วนร่วมจากประชาชน โดยเฉพาะการไม่สูบบุหรี่ในเขตที่มีประกาศปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย โดยมีการให้ข้อมูลทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยตรงไม่น้อยกว่าปีละ 2,500 ราย และรับร้องเรียนการละเมิดและดำเนินการไม่น้อยกว่าปีละ 400 ราย
  4. เกิดต้นแบบการทำงานควบคุมยาสูบในระดับจังหวัดและการขยายผลอย่างน้อย 25 จังหวัด
  5. เกิดองค์ความรู้จากการวิจัยที่จำเป็นสำหรับการควบคุมยาสูบของประเทศไทย จำนวนไม่น้อยกว่าปีละ 10 เรื่อง
  6. มีเวทีวิชาการระดับชาติ และรายงานวิชาการประจำปีทุกปี
  7. เกิดการรับรู้และตระหนักถึงประเด็นการไม่สูบบุหรี่มากขึ้นในประชาชนไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของกลุ่มเป้าหมาย ปีละอย่างน้อย 2 ประเด็นสำคัญ
  8. เกิดการพัฒนามาตรฐานบริการเลิกบุหรี่ในระดับบริการต่างๆ และมีการขยายตัวของบริการเลิกบุหรี่ของประเทศ สายด่วนเลิกบุหรี่แห่งชาติ (National Quitline) สามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั้งเชิงรับและเชิงรุก และทางอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15,000 ครั้งต่อเดือน มีจำนวนผู้ติดบุหรี่ที่มาใช้บริการรับคำปรึกษาและป้องกันการสูบซ้ำโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4,000 รายต่อเดือน และมีจำนวนผู้เลิกบุหรี่ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ
  9. เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพมีการพัฒนาและขยายเครือข่ายหน่วยการให้บริการแก่ประชาชนที่มารับบริการและที่รับการส่งต่อมาจากหน่วยบริการอื่น ไม่น้อยกว่า 1,000 แห่ง โดยมีผู้มาใช้บริการไม่น้อยกว่า 3,500 ราย และมีเนื้อหาการควบคุมบริโภคยาสูบบรรจุลงในหลักสูตรวิชาชีพสุขภาพหลัก อาทิ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล สาธารณสุขไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของสถาบันการศึกษา

แบ่งปัน:

Back to top