มีนาคม 2553

เดือนนี้เป็นเดือนแรกที่ผมรับหน้าที่เขียนบทความจากใจผู้จัดการหลังจากที่เริ่มรับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 มีค. ที่ผ่านมา

อันดับแรกอยากชวนทุกท่านระลึกถึงคุณงามความดีของ คุณหมอสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสส. คนแรก ที่ทำงานอย่างเสียสละตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง สสส. เป็นเวลาทั้งสิ้น 9 ปี สร้างคุณประโยชน์ในการส่งเสริมขบวนการสร้างเสริมสุขภาวะให้เติบโตไปทั่วแผ่นดินไทย

มี หลายคนถามว่า สสส. จะเป็นไปอย่างไรหลังจากเปลี่ยนผู้จัดการใหม่ ผมอยากเรียนว่าทิศทางของ สสส. ยังคงมุ่งมั่นสร้างเสริมสุขภาพให้กับคนไทย ผ่านการสนับสนุนของขบวนการสร้างเสริมสุขภาวะที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

เดือนนี้เป็นเดือนแรกที่ผมรับหน้าที่เขียนบทความจากใจผู้จัดการหลังจากที่เริ่มรับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 มีค. ที่ผ่านมา

อันดับแรกอยากชวนทุกท่านระลึกถึงคุณงามความดีของ คุณหมอสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสส. คนแรก ที่ทำงานอย่างเสียสละตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง สสส. เป็นเวลาทั้งสิ้น 9 ปี สร้างคุณประโยชน์ในการส่งเสริมขบวนการสร้างเสริมสุขภาวะให้เติบโตไปทั่วแผ่นดินไทย

มี หลายคนถามว่า สสส. จะเป็นไปอย่างไรหลังจากเปลี่ยนผู้จัดการใหม่ ผมอยากเรียนว่าทิศทางของ สสส. ยังคงมุ่งมั่นสร้างเสริมสุขภาพให้กับคนไทย ผ่านการสนับสนุนของขบวนการสร้างเสริมสุขภาวะที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

เน้นสร้างการมีส่วนร่วมของคนทุกภาคส่วน เน้นการใช้องค์ความรู้ในการทำงาน และพัฒนานโยบายสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

บทบาทผู้จัดการ สสส. เปรียบเหมือนกลไกที่ทำหน้าที่เชื่อมประสานการทำงานของส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยมีภาคีเป็นพลังสำคัญ เป็นผู้ที่จะทำให้การสร้างเสริมสุขภาวะเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย และร่วมกันกำหนดทิศทางของ สสส. ผ่านกระบวนการจัดทำแผนหลัก สสส.

และ ผมขอใช้โอกาสนี้ เชิญชวนทุกท่านเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมขบวนการสร้างสุขภาวะด้วยกัน เพราะภารกิจนี้จะสำเร็จได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ สสส. หรือ ภาคี เท่านั้น แต่อยู่ในมือของคนไทยทุกคน

3 เดือนต่อจากนี้ไป ผมตั้งใจที่จะไปเยี่ยมเยียน เพื่อนๆ ชุมชนคนสร้างสุขให้ทั่วถึงที่สุด เพื่อรับฟังคำแนะนำมาปรับปรุงการทำงาน และให้กำลังใจที่ทุกท่านทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยด้วยความเสียสละตลอดมา

ระหว่าง ที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ เป็นเวลาสองวันหลังจากที่ศาลได้พิพากษาตัดสินคดียึดทรัพย์ และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์วางระเบิดในหลายจุด หลายๆ ท่านคงรู้สึกเหมือนผม ที่ห่วงสถานการณ์บ้านเมืองว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นหรือไม่ บุคคลและหลายองค์กรต่างออกมาเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง

นอกจาก การแสดงจุดยืนไม่เอาความรุนแรง การจะทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติได้ ต้องอาศัยคนละไม้คนละมือของทุกคน ผมคงไม่สามารถบอกได้ว่าทุกท่านต้องทำอะไร เพราะผมเชื่อว่าเราทุกคนต่างรู้ดีว่า “เรา” จะทำ หรือ ไม่ทำอะไร ที่จะให้ประเทศไทยก้าวข้ามสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้

ซึ่งนั่นคือเจตนารมณ์ของของ สสส. ที่มุ่งชักชวนคนไทยให้มาร่วมสร้างประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

ภารกิจ นี้เกิดขึ้นบนความเชื่อว่า รากฐานปัญหาของประเทศเกิดจากการพัฒนาที่ไม่สมดุล และมุ่งเน้นการพัฒนาด้านวัตถุมากเกินไป จึงขาดการพัฒนาด้านจิตใจ ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องแก้ที่รากเหง้า ต้องส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร และพื้นที่ทุกพื้นที่ เพื่อร่วมกันในการพัฒนาประเทศและสร้างสุขภาวะให้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศไทย

สุดท้าย นี้ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกับ สสส. ในการสร้างความสุขให้กับคนในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง และฉบับหน้าผมจะนำเรื่องทิศทางการปรับปรุงงาน สสส. มาเล่าสู่กันฟังนะครับ และหากท่านมีข้อเสนอแนะ นอกจากส่งผ่านจดหมายข่าวสร้างสุข หรือ email : editor@thaihealth.or.th ก็ยังติดต่อกันได้ที่เฟสบุ๊คของผม ตาม address นี้ http://www.facebook.com/kunkris หรือ ทวิตเตอร์ http://twitter.com/kunkris

ขอบคุณคนไทยทุกคน

แบ่งปัน:

Back to top