ธันวาคม 2552

สวัสดีครับ ภาคีสุขภาวะ

ปี 2552 กำลังจะผ่านไปแล้ว รอบปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์ทุกขภาวะมาเบียดเบียนคนไทยอยู่หลายเหตุการณ์ เช่น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ วิกฤตเศรษฐกิจ ความวุ่นวายทางการเมือง หรือแม้แต่ปัญหาทุกขภาวะของสังคมในรูปข่าวร้ายต่างๆ แม้ปีหน้าฟ้าใหม่หลายสิ่งหลายอย่างดังกล่าวก็อาจจะยังไม่หมดไป แต่เทศกาลปีใหม่ก็เป็นช่วงเวลาที่สังคมได้พักผ่อนเตรียมแรงกายแรงใจไว้ต่อสู้อุปสรรค ตลอดจนพัฒนาชีวิตของเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ในปี 2553 สสส.ก็จะย่างเข้าสู่ปีที่ 9 นับตั้งแต่ได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2544 เหลียวหลังไปเวลา 8 ปีเต็มของการทำงานได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอยู่หลายกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถิติบริโภคสุราและบุหรี่ ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมา คนไทยสูบบุหรี่ 9.45 ล้านคน ลดลง 1.08 ล้านคน จากสถิติปี 2544 ในขณะที่ผู้ดื่มสุรา 15 ล้านคน ลดลงไปล้านกว่าคนเช่นกัน ฉบับนี้ได้สรุปผลงานบางส่วนมาเพื่อเป็นบทเรียนร่วมกัน

ในปี 2552 สสส.ได้ริเริ่มความมุ่งมั่นที่จะร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นปณิธานอันยากยิ่งในการปฏิรูปสังคมทุกส่วนเพื่อสุขภาวะของคนไทยและคงจะกลายเป็นภารกิจระยะยาวต่อเนื่องไปอีก 10 ปีข้างหน้า สร้างสุขฉบับนี้จึงได้เก็บมาให้ดูกันว่า ในปีแรกพวกเราทำอะไรกันบ้าง ไปตลอดจนตัวอย่างแนวคิดที่จะมุ่งหน้าปฏิรูปประเทศไทยในก้าวต่อไปในช่วงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่นี้ บรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ เตรียมจัดฉลอง หลายคนมองหาที่ไปนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ สร้างสุขจึงขอเชิญชวนสมาชิกผู้อ่านช่วยกันรณรงค์ไม่ใช้กระเช้าของขวัญปีใหม่ที่มีผลิตภัณฑ์เหล้าบุหรี่ โดยผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม โดยขอให้พวกเราช่วยกันเชิญชวนให้ทุกคนมามอบความสุขปีใหม่ให้คนที่รักแบบไม่ทำลายสุขภาพด้วย กระเช้าปลอดเหล้ากันเพราะอย่าลืมว่า ให้เหล้าเท่ากับแช่งต้อนรับปีหน้าฟ้าใหม่อย่างมีสุขภาพที่ดีและมีความหวังนะครับ

ที่มา : จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข เดือนธันวาคม 2552

Update 03-12-52
อัพเดทเนื้อหาโดย อารยา สิงห์สวัสดิ์

วิสัยทัศน์ของ สสส.

"คนไทยมีสุขภาวะอย่างยั่งยืน"

สสส. มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และลด ละ เลิกพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพซึ่งนำไปสู่การมีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพจิตสมบูรณ์ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งถือเป็นพัฒนาการด้านสุขภาพอีกด้านหนึ่งซึ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการรักษาพยาบาล

แบ่งปัน:

Back to top